Web Analytics Made Easy -
StatCounter

คำถาม เอชไอวี เอดส์ PrEP เป๊ป

คําถามที่พบบ่อย เกียวกับ เอชไอวี เอดส์

เอชไอวี-เอดส์

การกอดหรือจูบ ติดเอชไอวีได้หรือไม่


ไม่ได้ เอชไอวีไม่สามารถติดโดยการกอดและการจูบได้ เพราะการกอดหรือจูบไม่สามารถทำให้สารคัดหลั่งจากร่างกายของผู้ติดเชื้อเข้าสู่ร่างกายของผู้ติดเชื้อได้




Oral sex  ออรัลเซ็ก การอม การโมก เสี่ยงต่อการติดเอชไอวี หรือเอดส์หรือไหม


ไม่ติด หากผู้กระทำ(คนโมก คนอม) ไม่มีแผลในช่องปากหรือลำคอ แต่ว่ามีความเสี่ยงสูงเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์อื่นๆ เช่น หนองใน ซิฟิลิส เริมได้




Window period  วินโดว์พรีเดีย คืออะไร แนะนับอย่างไง


คือช่วงเวลาที่ยังอาจตรวจไม่พบการติดเชื้อ คือ โดยทั่วไป การตรวจเลือดไม่ได้ใช้วิธีการตรวจหาเชื้อเอชไอวีโดยตรง แต่เป็นการตรวจหาสารภูมิคุ้มกันที่ร่างกายสร้างขึ้น หรือ “แอนติบอดี้” ถ้าเราได้รับเชื้อเอชไอวีจริง ร่างกายจะค่อยๆ สร้างสารชนิดนี้ออกมาเพื่อต่อต้านหรือกำจัดเชื้อเอชไอวี ซึ่งโดยปกติร่างกายจะใช้เวลาไม่เกิน 1 เดือนในการสร้างแอนติบอดี้ จนมีปริมาณมากพอที่จะตรวจพบการติดเชื้อฯ จึงจะให้ผลเป็นบวก แต่ถ้าเราประเมินความเสี่ยงครั้งสุดท้ายผิดพลาด ก็จะทำให้การนับระยะเวลาไม่ถึง 1 เดือน ผลอาจออกมาเป็นลบ แม้ว่าร่างกายจะมีเชื้อเอชไอวีอยู่ก็ตาม




เพร็พ PrEP คือ?


PrEP เป็นชื่อย่อของ PreExposure Prophylaxis คือการให้ยาต้านไวรัสแก่ผู้ที่ยังไม่ติดเชื้อเอชไอวี ก่อนมีการสัมผัส โดยการรับประทานยาวันละหนึ่งเม็ดทุกวัน ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์ และใช้ร่วมกับการใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้ง




วิธีการตรวจเลือดหาเชื้อ HIV  มีกี่วิธิ


การตรวจ ในประเทศไทย ปัจจุบันมี 3 วิธี 1.Antibody เป็นวิธีตรวจหาภูมิคุ้มเคยต่อเชื้อ สามารถตรวจได้หลังมีความเสี่ยงตั้งแต่ 2 สัปดาห์เป็นต้นไป โดยตรวจด้วยชุดตรวจ forth generation ซึ่งสามารถตรวจหาได้ทั้งตรวจหาภูมิคุ้นเคย (Antibody) และการตรวจหาชิ้นส่วนของเชื้อ (Antigen)
2.NAT เป็นบริการเสริมที่ใช้ตรวจร่วมกับการตรวจ Antibody โดยตรวจหาสายพันธุกรรมของเชื้อ HIV สามารถตรวจได้หลังมีความเสี่ยง 5 วันขึ้นไป
3.PCR เป็นการวิธีตรวจหาสารพันธุกรรมในตัวเชื้อเอชไอวี สามารตรวจได้หลังมีความเสี่ยงตั้งแต่ 2 สัปดาห์ขึ้นไป




ใครบ้างที่ควรตรวจเลือดดูการติดเชื้อเอชไอวี


  • ทุกคนที่มีหรือเคยมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ได้ป้องกัน ทั้งเพศสัมพันธ์ระหว่างชาย-ชาย หญิง-หญิง หรือชาย-หญิง
  • ผู้ที่เปลี่ยนคู่นอนบ่อยๆ
  • ผู้ที่ มีเพศสัมพันธ์กับคนที่ติดเชื้อเอชไอวี หรือ มีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ฉีดยาเสพติดเข้าเส้น
  • ผู้ที่เคยตรวจพบโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
  • ผู้ที่ฉีดยาเสพติดด้วยการฉีดยาเข้าเส้น




สรุป HIV ใช่เอดส์ไหม?


"ไม่ใช่" ผู้มีเชื้อเอชไอวีกับผู้ป่วยเอดส์แตกต่างกัน ผู้ป่วยเอดส์จะต้องมีอาการแสดงของโรคเอดส์และได้รับการวินิจฉัยจากหมอแล้ว สำหรับผู้มีเชื้อ บางคนอาจกินยาต้านไวรัส บางคนอาจไม่ต้องกินเพราะ CD4 ยังสูงอยู่




กินน้ำอสุจิติดเอดส์ไหม?


การกลืนน้ำอสุจิ ไม่เสี่ยงแน่นอน เพราะในกระเพาะอาหารเรานั้นมีกรดที่สามารถฆ่าเชื้อ HIV ได้ แต่ต้องมั่นใจว่าในช่องปากเราไม่มีแผลและสะอาด ถ้าหากไม่แน่ใจควรไปตรวจที่โรงพยาบาล เพื่อปกป้องได้ทันทวงที




PEP คืออะไร ?


PEP ย่อมาจาก Post -Exposure Prophylaxis คือ ยาต้านไวรัส ที่จ่ายให้ทันทีที่คนไข้เพิ่งไปสัมผัสเชื้อเอชไอวีมา เหตุผลที่ต้องทานยานี้ให้เร็วที่สุด ก็เพื่อให้ยาเข้าไปต่อสู้กับเชื้อไวรัส และให้คนไข้สร้างระบบภูมิคุ้มกันที่จะสามารถป้องกัน เอชไอวี ก่อนที่เชื้อจะแพร่ในคนนั้นๆ ดังนั้น การทานยา เป๊ป จึงจำเป็นต้องทานให้เร็วที่สุดเท่าที่ทำได้ ภายในเวลา 72 ชั่วโมง หลังจากสัมผัสเชื้อมา




ถ้าเลือดบวกทำอย่างไร?


สามารถจัดการได้ โดย - รีบพบแพทย์ รู้เร็ว รักษาเร็ว สุขภาพแข็งแรง ชีวิตยืนยาว การรีบพบแพทย์จะทำให้เราเข้าถึงการดูแลรักษาได้เร็วขึ้นและเข้าถึงยาต้านไวรัสได้เร็วขึ้น - หากลุ่มช่วยเหลือด้านจิตใจ ทุกวันนี้มีหน่วยงานและกลุ่มอาสาสมัครที่ช่วยเหลือด้านจิตสังคมมากมาย อีกทั้งยังให้คำแนะนำเรื่องการเข้าถึงยาต้านไวรัส - ค้นคว้าข้อมูลเพิ่มเติมเรื่องเอชไอวีและการอยู่ร่วมกับเชื้อ การได้ทราบข้อมูลที่มีประโยชน์จะช่วยคลายกังวลได้มาก หากเพื่อนไม่มีเน็ตก็สามารถสอบถามไปยังองค์กรที่ช่วยเหลือ (โทร. 1663) ได้ - ดูแลสุขภาพตัวเอง ไม่รับเชื้อเพิ่ม ไม่แพร่เชื้อ อย่าลืมว่าผู้มีเชื้อคนอื่นอาจมีเชื้อดื้อยา หากรับเชื้อมาอาจทำให้เราดื้อยาต้านไวรัส หรือเราอาจติดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์มาก็ได้ ดังนั้นต้องใช้ถุงยางทุกครั้งกับทุกคน




ใช้มีดโกน อันเดียวกันกับผู้ติดเชื้อ HIV จะเสี่ยงไหม?


ไม่เสี่ยง แต่ถ้ามีดโกนมีเลือดติดอยู่เต็มมีดแล้วนำมาใช้ต่อทันทีและเกิดบาดมีแผลเลือดออกก็อาจมีโอกาสเสี่ยง




ผลการตรวจหาเชื้อ HIV = Non Reactive คืออะไร?


คือ..ผลปกติไม่ติดเชื้อ




ควรตรวจเลือดบ่อยแค่ไหน?


ตรวจเมื่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งมีพฤติกรรมเสี่ยง หรือถ้าไม่มั่นใจในคู่ของคุณก็ควรตรวจทันที หรือตรวจอย่างน้อยปีละครั้ง




Window period คืออะไร


ระยะฟักตัวของเชื้อเอชไอวี แต่ยังตรวจไม่พบ ทำให้ช่ไม่สามารถตรวจเจอเชื้อได้ จะอยู่ในช่วงเวลาประมาณ 1 เดือน




ตรวจแบบ Anti-HIV กับ NAT แบบไหนแม่นยำกว่ากัน ?


ทั้งสองแบบความแม่นยำไม่แตกต่างกันมาก จะต่างกันตรงที่ Anti-HIV สามารถตรวจได้หลังเสี่ยง 14 วันขึ้นไป ส่วน NAT สามารถตรวจได้หลังเสี่ยง 7 วันขึ้นไป




ยาต้านไวรัสเอชไอวีมีกี่ชนิด ?


ในปัจจุบันยาต้านไวรัส HIVที่ใช้กันนั้น มี 6 กลุ่ม Nucleoside/Nucleotide Reverse Transcriptase Inhibitors (NRTIs) Non-Nucleoside Reverse Transcriptase Inhibitors (NNRTIs) Protease Inhibitors (PIs) Entry Inhibitors Integrase Inhibitors Multi-Class Combinations




ผลข้างเคียงของยาต้านเอชไอวี ?


เนื่องจากยาต้านไวรัสเอชไอวีถือเป็นยาที่ค่อนข้างแรง ทำให้บางรายที่รับไปทานอาจมีผลข้างเคียงในช่วงเริ่มทานได้ อาการทั่วไปที่เกิดขึ้นได้จะมีดังนี้

- อาการท้องเสีย
- วิงเวียนศรีษะ
- ปวดหัว
- คลื่นไส้
- รู้สึกอ่อนแรง




CD4 คืออะไร ?


CD4 บางครั้งถูกเรียกว่า T-cells หรือ T-helper cells คือเม็ดเลือดขาวชนิดหนึ่งที่มีหน้าที่ควบคุมและต่อสู้กับเชื้อโรคต่างๆ มีหน้าที่ในการสร้างสารภูมิคุ้มกันให้ร่างกายเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค แบคทีเรีย เชื้อรา และ ไวรัส โดยคนปกติปกติค่า CD4 จะอยู่ระหว่าง 500–1,500 ต่อเลือด 1 ลูกบาศก์มิลลิเมตร




CD4 เท่าไหร่ถึงเรียกว่าระดับน่าเป็นห่วง


CD4 ที่ระดับน้อยกว่า 200 ซึ่งมีโอกาสติดเชื้อต่าง ๆ เรียกว่า โรคติดเชื้อฉวยโอกาสเนื่องจากภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง และเข้าสู่สภาวะเอดส์ AIDS ได้ ซึ่งรุนแรงจนอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้




เอชไอวีและเอดส์ แตกต่างกันอย่างไร ?


เอชไอวีและเอดส์ มีผู้คนมากมายที่ยังเข้าใจผิดและยังไม่ทราบว่าสองสิ่งนี้มีความแตกต่างกันอยู่ ไวรัสเอชไอวีเป็นเชื้อไวรัสที่เมื่อเข้าสู่ร่างกายของคนเราแล้ว มันจะมุ่งไปทำลายเซลล์เม็ดเลือดขาว เซลล์ที่เป็นเป้าหมายหลักโดยตรงของไวรัสเอชไอวี คือ เม็ดเลือดขาวลิมโฟซัยท์ (Lymphocyte) ทีเซลล์ (T-cell) ชนิด ซีดี 4 (CD4) ซึ่งเม็ดเลือดขาวในร่างกายทำหน้าที่ในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม หรือเชื้อโรคที่เข้าสู่ร่างกายแล้วนำไปทำลาย เมื่อเซลล์เม็ดเลือดขาวถูกทำลาย จึงทำให้ผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อเอชไอวี มีภูมิคุ้มกันต่ำลง จนในที่สุดร่างกายไม่มีภูมิคุ้มกันเพียงพอในการป้องกันร่างกายจากเชื้อโรคภายนอก โดยโรคเอดส์ เป็นเพียงระยะสุดท้ายของการติดเชื้อเอชไอวี ดังนั้น เอชไอวีและเอดส์ จึงไม่ใช่สิ่งเดียวกัน




ถ้าติดซิฟิลิสแล้วจะมีอาการอย่างไร?


ไม่ใช่ทุกคนที่แสดงอาการของโรคซิฟิลิสทันที ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกาย ความแข็งแรงและโอกาสเสี่ยงที่มีบ่อยหรือไม่ เพราะเมื่อคนเราได้รับเชื้อไปแล้ว อาจอยู่ในระยะแฝงตัวได้นานหลายปี ทางที่ดีเมื่อรู้ว่าเสี่ยงให้รีบตรวจและรีบรักษา




ดูแลตัวเองระหว่างการรักษาหูดหงอนไก่อย่างไร ?


- งดมีเพศสัมพันธ์ในระหว่างการรักษา - เข้ารับการรักษาตามระยะเวลาที่แพทย์กำหนดอย่างเคร่งครัด - หมั่นรักษาสุขอนามัยร่างกายและบริเวณที่พบรอยโรค - หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการแพร่เชื้อให้กับผู้อื่น - หลีกเลี่ยงพฤติกรรมที่เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น สูบบุหรี่ การดื่มแอลกอฮอ - ควรรีบพบแพทย์ทันที หากมีอาการผิดปกติ หรือ มีอาการรุนแรงมากขึ้น - ควรให้คู่นอนทำการตรวจรักษาร่วมด้วยเพื่อป้องกันการติดเชื้อซ้ำ




ป้องกันตัวเองจากหนองในได้อย่างไร ?


วิธีการป้องกันการติดเชื้อหนองในเทียมที่ได้ผลดีที่สุดคือ การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการมีเพศสัมพันธ์ที่ปลอดภัย และลดความเสี่ยงในการติดเชื้อจากการมีเพศสัมพันธ์ด้วยการสวมถุงยางอนามัยทุกครั้งที่มีเพศสัมพันธ์




สวมถุงยางอนามัยสองชั้นปลอดภัยกว่าสวมชั้นเดียวจริงหรือไม่ ?


ไม่จริง เพราะการสวมถุงยางอนามัยสองชั้น อาจจะทำให้เกิดการเสียดสีของถุงยางอนามัยแต่ละชั้นไปมา ขณะที่กำลังมีเพศสัมพันธ์อยู่ กลายเป็นเพิ่มโอกาสทำให้ถุงยางอนามัยแตกหรือรั่วซึมได้ ซึ่งจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อเอชไอวีได้มากขึ้น ดังนั้นควรสวมถุงยางอนามัยเพียงชั้นเดียวเท่านั้น




ค่าใช้จ่ายในการตรวจเอชไอวีราคาเท่าไหร่?


ราคาค่าบริการตรวจหาเชื้อเอชไอวีในปัจจุบันนั้น สามารถเข้ารับการตรวจฟรีในโรงพยาบาลรัฐ หรือสถานพยาบาลภายใต้ระบบประกันสุขภาพ หรือโรงพยาบาลเอกชน ศูนย์สุขภาพ แล็ปตรวจโรค คลินิกพิเศษ รวมถึงคลีนิคนิรนามตามจังหวัดต่างๆโดยราคาในการตรวจจะเริ่มตั้งแต่ 200 - 1,500 บาท ทั้งนี้ควรสอบถามสถานพยาบาลนั้นๆเพื่อรับคำแนะนำที่ถูกต้องก่อนเข้ารับบริการ





The Love Foundation campaigns for sexual health awareness and understanding. We believe that everyone is equally valuable and are able to create change in the fight against HIV stigma, regardless of HIV status.

Contact us

Address: 150/4 Moo 1 Nongpakhrang Muang Chiangmai
Emal : team@lovefoundation.or.th

Line : @lovefoundation

  • Facebook
  • Twitter
  • YouTube